การเรียนรู้ชื่อดาวภาษาอังกฤษไม่ได้เป็นเพียงแค่การท่องศัพท์ แต่เป็นประตูสู่การเข้าใจวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมสากลที่เชื่อมโยงมนุษยชาติทั่วโลก เมื่อคุณสามารถเรียกชื่อดาวภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง คุณจะสามารถติดตามข่าวสารดาราศาสตร์ อ่านบทความวิจัย และสนทนากับผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกได้อย่างมั่นใจ บทความนี้จะพาคุณสำรวจชื่อดาวต่างๆ ในจักรวาลตั้งแต่ระบบสุริยะที่เราคุ้นเคยไปจนถึงดาวฤกษ์ที่ไกลออกไปนับล้านปีแสง พร้อมเกร็ดความรู้ที่จะทำให้คุณจดจำได้ง่ายและนำไปใช้ได้จริง
I. 8 ดาวเคราะห์หลักในระบบสุริยะ (Planets of the Solar System)
1. ชื่อภาษาอังกฤษ คำอ่าน และความหมายอย่างละเอียด
ระบบสุริยะของเรามีดาวเคราะห์หลัก 8 ดวงที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ โดยแต่ละดวงดาวภาษาอังกฤษมีชื่อที่มาจากเทพเจ้าในตำนานโรมันและกรีก ซึ่งสะท้อนลักษณะเด่นของดาวเคราะห์แต่ละดวง ตารางด้านล่างนี้รวบรวมชื่อดาวภาษาอังกฤษทั้งหมดพร้อมคำอ่านและความหมายที่จะช่วยให้คุณจำได้แม่นยำ

| ชื่อภาษาไทย | ชื่อภาษาอังกฤษ | คำอ่าน (IPA) | ที่มาและความหมาย |
| ดาวพุธ | Mercury | /ˈmɜːkjəri/ | เทพเจ้าแห่งการสื่อสารและพาณิชย์ เคลื่อนที่เร็วที่สุดในระบบสุริยะ |
| ดาวศุกร์ | Venus | /ˈviːnəs/ | เทพีแห่งความรักและความงาม สว่างที่สุดบนท้องฟ้ายามเช้าและเย็น |
| โลก | Earth | /ɜːθ/ | มาจากคำในภาษาเยอรมันโบราณแปลว่า “พื้นดิน” ดาวเคราะห์เดียวที่ไม่ได้ตั้งชื่อตามเทพเจ้า |
| ดาวอังคาร | Mars | /mɑːz/ | เทพเจ้าแห่งสงคราม มีสีแดงเหมือนเลือดเนื่องจากออกไซด์ของเหล็กบนผิว |
| ดาวพฤหัสบดี | Jupiter | /ˈdʒuːpɪtə(r)/ | เทพเจ้าสูงสุดในตำนานโรมัน ดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ |
| ดาวเสาร์ | Saturn | /ˈsætɜːn/ | เทพเจ้าแห่งการเกษตรและเวลา มีวงแหวนที่งดงามล้อมรอบ |
| ดาวยูเรนัส | Uranus | /ˈjʊərənəs/ | เทพเจ้าแห่งท้องฟ้าในตำนานกรีก โคจรด้วยแกนที่เอียงเกือบ 90 องศา |
| ดาวเนปจูน | Neptune | /ˈneptjuːn/ | เทพเจ้าแห่งมหาสมุทร มีสีน้ำเงินเข้มจากก๊าซมีเทนในชั้นบรรยากาศ |
2. ตำนานเทพปกรณัมเบื้องหลังการตั้งชื่อดาวเคราะห์
การตั้งชื่อดาว ภาษาอังกฤษแต่ละดวงมีเรื่องราวที่น่าสนใจซึ่งช่วยให้เราจดจำได้ง่ายขึ้น Mercury ได้ชื่อจากเทพเจ้าผู้ทรงปีกที่เดินทางรวดเร็ว เนื่องจากดาวพุธโคจรรอบดวงอาทิตย์เร็วที่สุดในระบบสุริยะ โดยใช้เวลาเพียง 88 วัน (ประมาณ 3 เดือน) ในการโคจรรอบหนึ่งครั้ง ขณะที่ Venus ซึ่งสว่างและงดงามที่สุดบนท้องฟ้ายามรุ่งอรุณและพลบค่ำ จึงได้รับการตั้งชื่อตามเทพีแห่งความรักและความงาม
Mars หรือดาวอังคารมีสีแดงเข้มที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทำให้นักดาราศาสตร์โบราณเปรียบเทียบกับสีเลือดและตั้งชื่อตามเทพเจ้าแห่งสงคราม ส่วน Jupiter ดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดซึ่งมีมวลมากกว่าดาวเคราะห์อื่นรวมกันทั้งหมด จึงได้รับชื่อจากเทพเจ้าสูงสุดผู้ครองฟ้าสวรรค์ Saturn มีวงแหวนที่สวยงามและโคจรช้ากว่าดาวเคราะห์อื่น ทำให้โบราณชาวโรมันเชื่อมโยงกับเทพเจ้าแห่งเวลาและความอดทน Uranus และ Neptune เป็นดาวเคราะห์ที่ค้นพบในยุคใหม่ด้วยกล้องโทรทรรศน์ โดย Uranus ได้ชื่อจากเทพเจ้าแห่งท้องฟ้า ส่วน Neptune ที่มีสีน้ำเงินลึกได้รับชื่อจากเทพเจ้าแห่งมหาสมุทร
II. ชื่อดาวฤกษ์และกลุ่มดาวที่สำคัญในจักรวาล (Brightest Stars & Constellations)
1. รายชื่อดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้าภาษาอังกฤษ
เมื่อเราเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืน สิ่งที่เราเห็นนอกจากดาวเคราะห์คือดาวฤกษ์หรือ Stars ซึ่งเป็นดวงดาวที่เปล่งแสงได้เองจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ภายใน ดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้าซีกเหนือและซีกใต้มีชื่อเฉพาะที่นักดาราศาสตร์ทั่วโลกรู้จักกันดี โดย
- Sirius หรือดาวประกายพรึก (ชื่อไทย) เป็นดาวภาษาอังกฤษที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้ากลางคืน มีระยะห่างจากโลกประมาณ 8.6 ปีแสง (ประมาณ 81 ล้านล้านกิโลเมตร) และสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในช่วงฤดูหนาว
- Polaris หรือดาวเหนือ คือดาวฤกษ์ที่มีความสำคัญทางการเดินเรือและนำทางมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้ขั้วโลกเหนือมาก ทำให้ดูเหมือนไม่เคลื่อนที่ไปไหนบนท้องฟ้า
- Betelgeuse (อ่านว่า /ˈbiːtəldʒuːz/) คือดาวฤกษ์ยักษ์แดงในกลุ่มดาวนายพรานที่มีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ถึง 700 เท่า ส่วน Vega เป็นดาวฤกษ์สีขาวที่สว่างที่สุดในซีกฟ้าเหนือช่วงฤดูร้อน และเคยเป็นดาวเหนือในอดีตเมื่อประมาณ 12,000 ปีก่อน เนื่องจากแกนโลกหมุนเปลี่ยนตำแหน่ง
2. 12 กลุ่มดาวจักราศี (The 12 Zodiac Signs) และสัญลักษณ์

กลุ่มดาวจักราศีคือกลุ่มดาว 12 กลุ่มที่โคจรอยู่บนเส้นทางวงโคจรของดวงอาทิตย์ (Ecliptic) ซึ่งนักโหราศาสตร์และนักดาราศาสตร์ใช้เป็นมาตรฐานในการอ้างอิงตำแหน่งบนท้องฟ้ามาตั้งแต่สมัยบาบิโลเนียโบราณ แต่ละกลุ่มดาวมีชื่อดาวภาษาอังกฤษและสัญลักษณ์เฉพาะที่ใช้กันทั่วโลก
| กลุ่มดาวจักราศี | ชื่อภาษาอังกฤษ | คำอ่าน (IPA) | สัญลักษณ์ | ช่วงวันเกิด |
| ราศีเมษ | Aries | /ˈeəriːz/ | ♈ (กระทิง) | 21 มี.ค. – 19 เม.ย. |
| ราศีพฤษภ | Taurus | /ˈtɔːrəs/ | ♉ (วัว) | 20 เม.ย. – 20 พ.ค. |
| ราศีเมถุน | Gemini | /ˈdʒemɪnaɪ/ | ♊ (แฝด) | 21 พ.ค. – 20 มิ.ย. |
| ราศีกรกฎ | Cancer | /ˈkænsə(r)/ | ♋ (ปู) | 21 มิ.ย. – 22 ก.ค. |
| ราศีสิงห์ | Leo | /ˈliːəʊ/ | ♌ (สิงโต) | 23 ก.ค. – 22 ส.ค. |
| ราศีกันย์ | Virgo | /ˈvɜːɡəʊ/ | ♍ (หญิงสาว) | 23 ส.ค. – 22 ก.ย. |
| ราศีตุลย์ | Libra | /ˈliːbrə/ | ♎ (ตาชั่ง) | 23 ก.ย. – 22 ต.ค. |
| ราศีพิจิก | Scorpio | /ˈskɔːpiəʊ/ | ♏ (แมลงป่อง) | 23 ต.ค. – 21 พ.ย. |
| ราศีธนู | Sagittarius | /ˌsædʒɪˈteəriəs/ | ♐ (คนธนู) | 22 พ.ย. – 21 ธ.ค. |
| ราศีมังกร | Capricorn | /ˈkæprɪkɔːn/ | ♑ (แพะ) | 22 ธ.ค. – 19 ม.ค. |
| ราศีกุมภ์ | Aquarius | /əˈkweəriəs/ | ♒ (คนถือหม้อน้ำ) | 20 ม.ค. – 18 ก.พ. |
| ราศีมีน | Pisces | /ˈpaɪsiːz/ | ♓ (ปลา) | 19 ก.พ. – 20 มี.ค. |
III. คลังคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับดวงดาวและอวกาศ (Space Vocabulary)
1. การจำแนกประเภทวัตถุท้องฟ้า (Types of Celestial Bodies)
การเรียนรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวกับดวงดาวภาษาอังกฤษจะช่วยให้คุณเข้าใจข่าวสารวิทยาศาสตร์และสามารถสื่อสารเรื่องดาราศาสตร์ได้อย่างมั่นใจ
- Star (สตาร์) แปลว่าดาวฤกษ์ ซึ่งเป็นก้อนแก๊สร้อนที่เปล่งแสงได้เองจากปฏิกิริยาฟิวชันนิวเคลียร์ เช่น “The Sun is the closest star to Earth” (ดวงอาทิตย์คือดาวฤกษ์ที่ใกล้โลกที่สุด)
- Planet (แพลนเนต) คือดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์และไม่เปล่งแสงเอง เช่น “Mars is the fourth planet from the Sun” (ดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์ดวงที่สี่จากดวงอาทิตย์)
- Moon (มูน) หมายถึงดาวบริวารหรือดาวเทียมธรรมชาติที่โคจรรอบดาวเคราะห์ โดยโลกของเรามีดาวบริวารเพียงดวงเดียว
- Galaxy (แกลัคซี) คือกาแล็กซีหรือกลุ่มดาวนับพันล้านดวงที่รวมตัวกันด้วยแรงโน้มถ่วง เช่น “The Milky Way is our home galaxy” (ทางช้างเผือกคือกาแล็กซีบ้านของเรา)
- Nebula (เนบิวลา) แปลว่าเนบิวลาหรือเมฆแก๊สและฝุ่นในอวกาศที่เป็นแหล่งกำเนิดดาวฤกษ์ดวงใหม่
- Asteroid (แอสเทอรอยด์) คือดาวเคราะห์น้อยที่ส่วนใหญ่โคจรอยู่ระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี ส่วน Comet (คอมเมท) คือดาวหางที่ประกอบด้วยน้ำแข็งและฝุ่นที่แสดงหางสว่างเมื่อเข้าใกล้ดวงอาทิตย์
2. คำศัพท์เทคนิคดาราศาสตร์ที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน
- Orbit (ออร์บิท) แปลว่าวงโคจรหรือเส้นทางที่วัตถุท้องฟ้าเคลื่อนที่รอบวัตถุอื่น เช่น “Earth completes one orbit around the Sun in 365 days” (โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบหนึ่งรอบใน 365 วัน)
- Eclipse (อีคลิปส์) หมายถึงปรากฏการณ์อุปราคาหรือสุริยุปราคาที่เกิดเมื่อวัตถุท้องฟ้าสามวัตถุอยู่ในแนวเดียวกัน
- Constellation (คอนสเตเลชัน) คือกลุ่มดาวที่มนุษย์จินตนาการเป็นรูปร่างต่างๆ เพื่อง่ายต่อการจดจำตำแหน่งบนท้องฟ้า
- Light-year (ไลท์เยียร์) เป็นหน่วยวัดระยะทางในอวกาศที่หมายถึงระยะทางที่แสงเดินทางได้ในหนึ่งปี ซึ่งเท่ากับประมาณ 9.46 ล้านล้านกิโลเมตร (9,460,000,000,000 กิโลเมตร)
- Solar System (โซลาร์ ซิสเต็ม) คือระบบสุริยะที่ประกอบด้วยดวงอาทิตย์และวัตถุท้องฟ้าทั้งหมดที่โคจรรอบ รวมถึงดาวเคราะห์ ดาวบริวาร และดาวเคราะห์น้อย
- Atmosphere (แอทมอสเฟียร์) แปลว่าชั้นบรรยากาศหรือชั้นแก๊สที่ห่อหุ้มดาวเคราะห์ เช่น “Venus has a thick atmosphere made of carbon dioxide” (ดาวศุกร์มีชั้นบรรยากาศหนาที่ประกอบด้วยคาร์บอนไดออกไซด์)
IV. เจาะลึกข้อสงสัยและเกร็ดน่ารู้เรื่องดวงดาว (Deep Insights & FAQs)
1. ในปัจจุบัน “ดาวพลูโต” ยังถูกนับเป็นดาวเคราะห์หรือไม่?
ไม่ใช่ ตั้งแต่ปี 2006 สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (International Astronomical Union) ได้ปรับเปลี่ยนคำนิยามของดาวเคราะห์ใหม่ ทำให้ Pluto (พลูโต) ถูกจัดเป็น “ดาวเคราะห์แคระ” (Dwarf Planet) แทน เนื่องจากไม่สามารถกวาดล้างวัตถุอื่นในวงโคจรของมันให้หมดได้ ดังนั้นชื่อดาวภาษาอังกฤษของดาวเคราะห์หลักในระบบสุริยะจึงเหลือเพียง 8 ดวงเท่านั้น
2. “ดาวฤกษ์” และ “ดาวเคราะห์” มีความแตกต่างทางกายภาพอย่างไร?
ความแตกต่างหลักคือ ดาวฤกษ์ (Star) สามารถเปล่งแสงได้เองจากปฏิกิริยาฟิวชันนิวเคลียร์ที่เปลี่ยนไฮโดรเจนเป็นฮีเลียม ทำให้มีอุณหภูมิสูงถึงหลายล้านองศาเซลเซียส ขณะที่ ดาวเคราะห์ (Planet) ไม่มีแสงในตัวเอง แต่สะท้อนแสงจากดาวฤกษ์ที่มันโคจรรอบ ดาวเคราะห์มีมวลและอุณหภูมิต่ำกว่ามากจึงไม่สามารถเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ได้
3. การจัดหมวดหมู่ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะแบ่งตามลักษณะได้อย่างไรบ้าง?
นักดาราศาสตร์แบ่งดาวเคราะห์ทั้ง 8 ดวงเป็น 2 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือ Terrestrial Planets (เทอร์เรสเทรียล แพลนเนตส์) หรือดาวเคราะห์หิน ได้แก่ Mercury, Venus, Earth และ Mars ซึ่งมีพื้นผิวแข็งและมีความหนาแน่นสูง กลุ่มที่สองคือ Gas Giants (แกส ไจแอนท์ส) หรือดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ ได้แก่ Jupiter, Saturn, Uranus และ Neptune ที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยไฮโดรเจนและฮีเลียม มีขนาดใหญ่แต่ความหนาแน่นต่ำ
4. เปรียบเทียบความสว่างและขนาดของดวงดาวที่มองเห็นจากโลก
ดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ที่ใกล้โลกที่สุด (ห่างประมาณ 150 ล้านกิโลเมตรหรือ 93 ล้านไมล์) มีความสว่างมากกว่าดาวฤกษ์อื่นที่เห็นจากโลกถึงหลายพันล้านเท่า เนื่องจากระยะทางที่ใกล้มาก แม้ดาวฤกษ์อื่นเช่น Betelgeuse จะมีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์มาก แต่เนื่องจากอยู่ห่างไกลถึง 640 ปีแสง จึงดูเป็นเพียงจุดเล็กๆ บนท้องฟ้า ส่วนดาวเคราะห์อย่าง Venus แม้จะไม่มีแสงในตัวเอง แต่สามารถสะท้อนแสงอาทิตย์จนสว่างกว่าดาวฤกษ์ส่วนใหญ่ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
การเรียนรู้ชื่อดาวภาษาอังกฤษไม่ใช่แค่การท่องจำคำศัพท์ แต่เป็นการเปิดประตูสู่โลกแห่งวิทยาศาสตร์และการสื่อสารระดับสากล ตอนนี้คุณมีความรู้ครบถ้วนตั้งแต่ดาวเคราะห์ 8 ดวงในระบบสุริยะ ดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุด ไปจนถึงกลุ่มดาวจักราศีทั้ง 12 กลุ่ม ลองนำความรู้เหล่านี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการดูสารคดีดาราศาสตร์ การอ่านข่าวการค้นพบอวกาศใหม่ๆ หรือแม้แต่การชมท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
