เคยเจอไหมครับ ตอนไปโรงพยาบาลแล้วหมอพูดคำว่า “Hypertension” หรือ “Gastroenteritis” แล้วเรายืนงงอยู่คนเดียวว่ามันคืออะไร หรือตอนอ่านรายงานผลเลือดเจอคำย่ออย่าง “WBC”, “RBC” แล้วรู้สึกเหมือนอ่านรหัสลับ นี่คือความท้าทายที่หลายคนเผชิญกับศัพท์แพทย์ภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตัวเอง บทความนี้สร้างขึ้นสำหรับทุกคนที่ต้องการทำความเข้าใจคำศัพท์ทางการแพทย์ภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข ผู้ป่วยและญาติที่ต้องการเข้าใจข้อมูลการรักษา หรือผู้เรียนภาษาอังกฤษที่สนใจศัพท์เฉพาะทาง ในบทความนี้คุณจะได้คลังศัพท์แพทย์ที่จัดหมวดหมู่อย่างเป็นระบบ คำย่อที่ถอดรหัสแล้ว และเทคนิคการแกะโครงสร้างศัพท์ที่จะเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ของคุณไปตลอดกาล ทำให้คุณจำศัพท์แพทย์ได้เร็วขึ้นและเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น
I. ทำไมศัพท์แพทย์จึงสำคัญ
การเข้าใจศัพท์แพทย์ภาษาอังกฤษไม่ใช่แค่เรื่องของการจำคำศัพท์ แต่เป็นการเปิดประตูสู่โอกาสและความปลอดภัยในหลากหลายบริบท แต่ละกลุ่มคนจะได้รับประโยชน์ในแบบที่แตกต่างกัน
สำหรับนักศึกษาแพทย์และบุคลากร
ศัพท์แพทย์คือภาษากลางที่เชื่อมโยงบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลก เมื่อคุณต้องการอ่านงานวิจัยล่าสุดจากวารสารระดับโลกอย่าง The Lancet หรือ New England Journal of Medicine การรู้จักศัพท์วิชาชีพแพทย์เป็นสิ่งจำเป็น ตำราเรียนส่วนใหญ่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ และความเข้าใจศัพท์เหล่านี้เป็นรากฐานของความเป็นมืออาชีพที่จะทำให้คุณสามารถสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานข้ามชาติได้อย่างแม่นยำ
สำหรับผู้ป่วยและญาติ
การรู้และเข้าใจคำศัพท์แพทย์ภาษาอังกฤษช่วยให้คุณมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับการรักษา เมื่อแพทย์อธิบายว่าคุณมี “Hypertension” หรือต้องทำ “Angiography” การที่คุณเข้าใจคำเหล่านี้จะทำให้คุณถามคำถามที่ตรงประเด็นและตัดสินใจร่วมกับทีมแพทย์ได้อย่างมีข้อมูล นอกจากนี้ยังช่วยลดความวิตกกังวลที่เกิดจากความไม่รู้ เพราะเมื่อเราเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย เราจะรู้สึกมีอำนาจควบคุมมากขึ้น
สำหรับผู้เรียนภาษาอังกฤษ
การรู้ศัพท์แพทย์ภาษาอังกฤษเปิดประตูสู่โอกาสทางอาชีพในสายงานสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประสานงานทางการแพทย์ นักแปลเอกสารทางการแพทย์ ผู้ช่วยนักวิจัย หรือผู้ดูแลผู้ป่วยต่างชาติ ในยุคที่การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เติบโตอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการใช้ภาษาหมอเป็นทักษะที่มีคุณค่าสูง
II. ตารางศัพท์แพทย์พื้นฐานที่จำเป็น
เริ่มต้นด้วยศัพท์แพทย์ภาษาอังกฤษที่พบบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน แบ่งเป็น 3 หมวดหมู่หลักเพื่อให้ง่ายต่อการเรียนรู้ ศัพท์เหล่านี้เป็นรากฐานที่จะช่วยให้คุณเข้าใจบริบททางการแพทย์ได้ดีขึ้น
1. ตารางที่ 1: อาการและสัญญาณ (Symptoms and Signs)

| ศัพท์แพทย์ | IPA | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
| Fever | /ˈfiːvər/ | ไข้ | The patient has a high fever of 39°C. (ผู้ป่วยมีไข้สูง 39 องศา) |
| Headache | /ˈhedeɪk/ | ปวดหัว | I’ve had a severe headache for two days. (ฉันปวดหัวรุนแรงมาสองวันแล้ว) |
| Nausea | /ˈnɔːziə/ | คลื่นไส้ | She experienced nausea after taking the medication. (เธอรู้สึกคลื่นไส้หลังรับประทานยา) |
| Dizziness | /ˈdɪzinəs/ | เวียนหัว | Dizziness can be a symptom of low blood pressure. (อาการเวียนหัวอาจเป็นอาการของความดันต่ำ) |
| Fatigue | /fəˈtiːɡ/ | อ่อนเพลีย | Chronic fatigue affects his daily activities. (ความอ่อนเพลียเรื้อรังส่งผลต่อกิจกรรมประจำวันของเขา) |
| Cough | /kɒf/ | ไอ | A persistent cough lasted for three weeks. (อาการไอเรื้อรังนานสามสัปดาห์) |
| Shortness of breath | /ˈʃɔːtnəs əv breθ/ | หายใจไม่อิ่ม | He complained of shortness of breath during exercise. (เขาบ่นว่าหายใจไม่อิ่มขณะออกกำลังกาย) |
| Chest pain | /tʃest peɪn/ | เจ็บหน้าอก | Sudden chest pain requires immediate medical attention. (อาการเจ็บหน้าอกเฉียบพลันต้องได้รับการรักษาทันที) |
2. ตารางที่ 2: แผนกและห้องในโรงพยาบาล (Departments and Rooms)
| ศัพท์แพทย์ | IPA | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
| Emergency room | /ɪˈmɜːdʒənsi ruːm/ | ห้องฉุกเฉิน | The accident victim was rushed to the emergency room. (ผู้ประสบเหตุถูกนำส่งห้องฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว) |
| Operating room | /ˈɒpəreɪtɪŋ ruːm/ | ห้องผ่าตัด | The surgery will take place in operating room 3. (การผ่าตัดจะเกิดขึ้นในห้องผ่าตัด 3) |
| Intensive care unit | /ɪnˈtensɪv keər ˈjuːnɪt/ | ห้องไอซียู | He was transferred to the intensive care unit after surgery. (เขาถูกย้ายไปห้องไอซียูหลังผ่าตัด) |
| Outpatient department | /ˈaʊtpeɪʃənt dɪˈpɑːtmənt/ | แผนกผู้ป่วยนอก | Please register at the outpatient department first. (กรุณาลงทะเบียนที่แผนกผู้ป่วยนอกก่อน) |
| Radiology | /ˌreɪdiˈɒlədʒi/ | แผนเอกซเรย์ | The radiology department will perform your X-ray. (แผนกเอกซเรย์จะทำการถ่ายภาพให้คุณ) |
| Pharmacy | /ˈfɑːməsi/ | ห้องยา | You can collect your prescription at the pharmacy. (คุณสามารถรับยาตามใบสั่งที่ห้องยา) |
3. ตารางที่ 3: อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ (Medical Equipment and Tools)
| ศัพท์แพทย์ | IPA | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
| Stethoscope | /ˈsteθəskəʊp/ | หูฟัง | The doctor used a stethoscope to listen to my heartbeat. (หมอใช้หูฟังฟังเสียงหัวใจของฉัน) |
| Thermometer | /θəˈmɒmɪtər/ | เครื่องวัดไข้ | Place the thermometer under your tongue. (วางเครื่องวัดไข้ไว้ใต้ลิ้น) |
| Syringe | /sɪˈrɪndʒ/ | กระบอกฉีดยา | The nurse prepared a syringe for the injection. (พยาบาลเตรียมกระบอกฉีดยาสำหรับฉีด) |
| Bandage | /ˈbændɪdʒ/ | ผ้าพันแผล | Apply a clean bandage to the wound. (ใช้ผ้าพันแผลสะอาดปิดแผล) |
| Wheelchair | /ˈwiːltʃeər/ | รถเข็น | Patients can request a wheelchair at the reception. (ผู้ป่วยสามารถขอรถเข็นที่จุดต้อนรับ) |
| Blood pressure monitor | /blʌd ˈpreʃər ˈmɒnɪtər/ | เครื่องวัดความดัน | Check your blood pressure with this monitor daily. (ตรวจความดันโลหิตด้วยเครื่องนี้ทุกวัน) |
4. ตารางที่ 4: ระบบหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular System)
| ศัพท์แพทย์ | IPA | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
| Heart | /hɑːt/ | หัวใจ | The heart pumps blood throughout the body. (หัวใจสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย) |
| Artery | /ˈɑːtəri/ | หลอดเลือดแดง | Coronary arteries supply blood to the heart muscle. (หลอดเลือดแดงหัวใจนำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ) |
| Vein | /veɪn/ | หลอดเลือดดำ | Veins carry deoxygenated blood back to the heart. (หลอดเลือดดำนำเลือดที่ไม่มีออกซิเจนกลับสู่หัวใจ) |
| Capillary | /kəˈpɪləri/ | เส้นเลือดฝอย | Oxygen exchange occurs in the capillaries. (การแลกเปลี่ยนออกซิเจนเกิดขึ้นที่เส้นเลือดฝอย) |
| Atrium | /ˈeɪtriəm/ | ห้องบนหัวใจ | The right atrium receives blood from the body. (ห้องบนขวาของหัวใจรับเลือดจากร่างกาย) |
| Ventricle | /ˈventrɪkl/ | ห้องล่างหัวใจ | The left ventricle pumps blood to the entire body. (ห้องล่างซ้ายสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย) |
| Aorta | /eɪˈɔːtə/ | หลอดเลือดแดงใหญ่ | The aorta is the largest artery in the body. (หลอดเลือดแดงใหญ่เป็นหลอดเลือดแดงที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย) |
5. ตารางที่ 5: ระบบทางเดินหายใจ (Respiratory System)

| ศัพท์แพทย์ | IPA | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
| Lung | /lʌŋ/ | ปอด | Smoking damages the lungs over time. (การสูบบุหรี่ทำลายปอดเมื่อเวลาผ่านไป) |
| Trachea | /trəˈkiːə/ | หลอดลม | The trachea connects the larynx to the bronchi. (หลอดลมเชื่อมกล่องเสียงกับหลอดลมใหญ่) |
| Bronchus | /ˈbrɒŋkəs/ | หลอดลมใหญ่ | Inflammation of the bronchus causes bronchitis. (การอักเสบของหลอดลมใหญ่ทำให้เกิดหลอดลมอักเสบ) |
| Bronchiole | /ˈbrɒŋkiəʊl/ | หลอดลมเล็ก | Asthma affects the bronchioles in the lungs. (โรคหอบหืดส่งผลต่อหลอดลมเล็กในปอด) |
| Alveoli | /ælˈviːəlaɪ/ | ถุงลมในปอด | Gas exchange occurs in the alveoli. (การแลกเปลี่ยนก๊าซเกิดขึ้นในถุงลมปอด) |
| Diaphragm | /ˈdaɪəfræm/ | กะบังลม | The diaphragm contracts during inhalation. (กะบังลมหดตัวขณะหายใจเข้า) |
| Larynx | /ˈlærɪŋks/ | กล่องเสียง | The larynx contains the vocal cords. (กล่องเสียงมีสายเสียงอยู่ภายใน) |
6. ตารางที่ 6: ระบบทางเดินอาหาร (Digestive System)
| ศัพท์แพทย์ | IPA | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
| Esophagus | /ɪˈsɒfəɡəs/ | หลอดอาหาร | Food travels down the esophagus to the stomach. (อาหารเคลื่อนผ่านหลอดอาหารลงสู่กระเพาะ) |
| Stomach | /ˈstʌmək/ | กระเพาะอาหาร | The stomach secretes acid to digest food. (กระเพาะอาหารหลั่งกรดเพื่อย่อยอาหาร) |
| Small intestine | /smɔːl ɪnˈtestɪn/ | ลำไส้เล็ก | Most nutrient absorption occurs in the small intestine. (การดูดซึมสารอาหารส่วนใหญ่เกิดที่ลำไส้เล็ก) |
| Large intestine | /lɑːdʒ ɪnˈtestɪn/ | ลำไส้ใหญ่ | The large intestine absorbs water from waste. (ลำไส้ใหญ่ดูดซึมน้ำจากของเสีย) |
| Liver | /ˈlɪvər/ | ตับ | The liver filters toxins from the blood. (ตับกรองสารพิษออกจากเลือด) |
| Gallbladder | /ˈɡɔːlblædər/ | ถุงน้ำดี | The gallbladder stores bile produced by the liver. (ถุงน้ำดีเก็บน้ำดีที่ตับผลิต) |
| Pancreas | /ˈpæŋkriəs/ | ตับอ่อน | The pancreas produces insulin and digestive enzymes. (ตับอ่อนผลิตอินซูลินและเอนไซม์ย่อยอาหาร) |
| Appendix | /əˈpendɪks/ | ไส้ติ่ง | Appendicitis requires surgical removal of the appendix. (ไส้ติ่งอักเสบต้องผ่าตัดเอาไส้ติ่งออก) |
7. ตารางที่ 7: ระบบประสาท (Nervous System)
| ศัพท์แพทย์ | IPA | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
| Brain | /breɪn/ | สมอง | The brain controls all body functions. (สมองควบคุมการทำงานของร่างกายทั้งหมด) |
| Spinal cord | /ˈspaɪnl kɔːd/ | ไขสันหลัง | The spinal cord transmits signals between brain and body. (ไขสันหลังส่งสัญญาณระหว่างสมองและร่างกาย) |
| Nerve | /nɜːv/ | เส้นประสาท | Damaged nerves can cause numbness. (เส้นประสาทที่เสียหายอาจทำให้เกิดอาการชา) |
| Neuron | /ˈnjʊərɒn/ | เซลล์ประสาท | Neurons transmit electrical signals in the brain. (เซลล์ประสาทส่งสัญญาณไฟฟ้าในสมอง) |
| Cerebrum | /səˈriːbrəm/ | สมองใหญ่ | The cerebrum controls thinking and voluntary movement. (สมองใหญ่ควบคุมการคิดและการเคลื่อนไหวโดยสมัครใจ) |
| Cerebellum | /ˌserəˈbeləm/ | สมองน้อย | The cerebellum coordinates balance and movement. (สมองน้อยประสานการทรงตัวและการเคลื่อนไหว) |
| Brainstem | /ˈbreɪnstem/ | ก้านสมอง | The brainstem regulates breathing and heart rate. (ก้านสมองควบคุมการหายใจและอัตราการเต้นหัวใจ) |
8. ตารางที่ 8: ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ (Musculoskeletal System)
| ศัพท์แพทย์ | IPA | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
| Bone | /bəʊn/ | กระดูก | Calcium is essential for strong bones. (แคลเซียมจำเป็นสำหรับกระดูกที่แข็งแรง) |
| Joint | /dʒɔɪnt/ | ข้อต่อ | Arthritis causes inflammation in the joints. (โรคข้ออักเสบทำให้ข้อต่ออักเสบ) |
| Cartilage | /ˈkɑːtɪlɪdʒ/ | กระดูกอ่อน | Cartilage cushions the joints during movement. (กระดูกอ่อนรองรับข้อต่อขณะเคลื่อนไหว) |
| Ligament | /ˈlɪɡəmənt/ | เอ็นยึดข้อ | Torn ligaments require time to heal. (เอ็นขาดต้องใช้เวลาในการรักษา) |
| Tendon | /ˈtendən/ | เอ็นยึดกล้ามเนื้อกับกระดูก | Tendons connect muscles to bones. (เอ็นเชื่อมกล้ามเนื้อกับกระดูก) |
| Muscle | /ˈmʌsl/ | กล้ามเนื้อ | Regular exercise strengthens muscles. (การออกกำลังกายสม่ำเสมอทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง) |
| Spine | /spaɪn/ | กระดูกสันหลัง | Good posture protects the spine. (ท่าทางที่ดีช่วยปกป้องกระดูกสันหลัง) |
| Skull | /skʌl/ | กะโหลกศีรษะ | The skull protects the brain from injury. (กะโหลกศีรษะปกป้องสมองจากการบาดเจ็บ) |
| Rib | /rɪb/ | ซี่โครง | The ribs protect the heart and lungs. (ซี่โครงปกป้องหัวใจและปอด) |
| Femur | /ˈfiːmər/ | กระดูกต้นขา | The femur is the longest bone in the body. (กระดูกต้นขาเป็นกระดูกที่ยาวที่สุดในร่างกาย) |
9. ตารางที่ 9: ระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary System)
| ศัพท์แพทย์ | IPA | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
| Kidney | /ˈkɪdni/ | ไต | The kidneys filter waste from the blood. (ไตกรองของเสียจากเลือด) |
| Ureter | /jʊəˈriːtər/ | ท่อไต | Urine flows from the kidneys through the ureters. (ปัสสาวะไหลจากไตผ่านท่อไต) |
| Bladder | /ˈblædər/ | กระเพาะปัสสาวะ | The bladder stores urine until urination. (กระเพาะปัสสาวะเก็บปัสสาวะจนถึงเวลาขับถ่าย) |
| Urethra | /jʊəˈriːθrə/ | ท่อปัสสาวะ | Urine exits the body through the urethra. (ปัสสาวะออกจากร่างกายผ่านท่อปัสสาวะ) |
10. ตารางที่ 10: โรคทั่วไป (Common Diseases)
| ศัพท์แพทย์ | IPA | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
| Hypertension | /ˌhaɪpəˈtenʃn/ | ความดันโลหิตสูง | Hypertension increases the risk of stroke. (ความดันโลหิตสูงเพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง) |
| Diabetes mellitus | /ˌdaɪəˈbiːtiːz məˈlaɪtəs/ | เบาหวาน | Type 2 diabetes mellitus is related to lifestyle. (เบาหวานชนิดที่ 2 เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต) |
| Asthma | /ˈæsmə/ | หอบหืด | Asthma attacks can be triggered by allergens. (อาการหอบหืดอาจถูกกระตุ้นโดยสารก่อภูมิแพ้) |
| Pneumonia | /njuːˈməʊniə/ | ปอดบวม | Bacterial pneumonia requires antibiotic treatment. (ปอดบวมจากแบคทีเรียต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ) |
| Tuberculosis | /tjuːˌbɜːkjuˈləʊsɪs/ | วัณโรค | Tuberculosis is a contagious respiratory infection. (วัณโรคเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่ติดต่อได้) |
| Influenza | /ˌɪnfluˈenzə/ | ไข้หวัดใหญ่ | Annual flu vaccination prevents influenza. (การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีป้องกันไข้หวัดใหญ่) |
| Migraine | /ˈmiːɡreɪn/ | ไมเกรน | Migraine headaches can last for hours or days. (ปวดหัวไมเกรนอาจนานหลายชั่วโมงหรือหลายวัน) |
| Anemia | /əˈniːmiə/ | โลหิตจาง | Iron deficiency causes anemia. (การขาดธาตุเหล็กทำให้เกิดโลหิตจาง) |
| Arthritis | /ɑːˈθraɪtɪs/ | ข้ออักเสบ | Rheumatoid arthritis is an autoimmune disease. (ข้ออักเสบรูมาตอยด์เป็นโรคภูมิคุ้มกันโจมตีตัวเอง) |
| Osteoporosis | /ˌɒstiəʊpəˈrəʊsɪs/ | กระดูกพรุน | Osteoporosis increases fracture risk in elderly. (กระดูกพรุนเพิ่มความเสี่ยงกระดูกหักในผู้สูงอายุ) |
| Gastritis | /ɡæˈstraɪtɪs/ | กระเพาะอาหารอักเสบ | Chronic gastritis may lead to ulcers. (กระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรังอาจนำไปสู่แผลในกระเพาะ) |
| Appendicitis | /əˌpendɪˈsaɪtɪs/ | ไส้ติ่งอักเสบ | Acute appendicitis requires emergency surgery. (ไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลันต้องผ่าตัดฉุกเฉิน) |
| Hepatitis | /ˌhepəˈtaɪtɪs/ | ตับอักเสบ | Hepatitis B can be prevented by vaccination. (ตับอักเสบบีสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน) |
| Cholecystitis | /ˌkɒləsɪˈstaɪtɪs/ | ถุงน้ำดีอักเสบ | Cholecystitis causes severe abdominal pain. (ถุงน้ำดีอักเสบทำให้เจ็บท้องรุนแรง) |
| Nephritis | /nəˈfraɪtɪs/ | ไตอักเสบ | Nephritis can lead to kidney failure. (ไตอักเสบอาจนำไปสู่ไตวาย) |
| Stroke | /strəʊk/ | โรคหลอดเลือดสมอง | Quick treatment is crucial for stroke patients. (การรักษาอย่างรวดเร็วสำคัญต่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง) |
| Myocardial infarction | /ˌmaɪəʊˈkɑːdiəl ɪnˈfɑːkʃn/ | หัวใจขาดเลือด | Myocardial infarction requires immediate intervention. (หัวใจขาดเลือดต้องรักษาทันที) |
| Bronchitis | /brɒŋˈkaɪtɪs/ | หลอดลมอักเสบ | Chronic bronchitis is common in smokers. (หลอดลมอักเสบเรื้อรังพบบ่อยในผู้สูบบุหรี่) |
11. ตารางที่ 11: โรคติดเชื้อ (Infectious Diseases)
| ศัพท์แพทย์ | IPA | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
| Infection | /ɪnˈfekʃn/ | การติดเชื้อ | Proper hand hygiene prevents infection. (การล้างมืออย่างถูกต้องป้องกันการติดเชื้อ) |
| Sepsis | /ˈsepsɪs/ | ติดเชื้อในกระแสเลือด | Sepsis is a life-threatening medical emergency. (การติดเชื้อในกระแสเลือดเป็นภาวะฉุกเฉินที่คุกคามชีวิต) |
| Abscess | /ˈæbses/ | ฝี | The abscess was drained surgically. (ฝีถูกระบายด้วยการผ่าตัด) |
| Cellulitis | /ˌseljuˈlaɪtɪs/ | เยื่อเซลล์อักเสบ | Cellulitis causes redness and swelling of skin. (เยื่อเซลล์อักเสบทำให้ผิวหนังแดงและบวม) |
12. ตารางที่ 12: การตรวจทางห้องปฏิบัติการและภาพ (Laboratory and Imaging Tests)
| ศัพท์แพทย์ | IPA | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
| Blood test | /blʌd test/ | การตรวจเลือด | Regular blood tests monitor your health status. (การตรวจเลือดสม่ำเสมอติดตามสถานะสุขภาพ) |
| Urinalysis | /ˌjʊərɪˈnæləsɪs/ | การตรวจปัสสาวะ | Urinalysis can detect kidney problems. (การตรวจปัสสาวะสามารถตรวจพบปัญหาไตได้) |
| X-ray | /ˈeksreɪ/ | เอกซเรย์ | The X-ray showed a fractured rib. (เอกซเรย์แสดงซี่โครงหัก) |
| CT scan | /ˌsiː ˈtiː skæn/ | การตรวจด้วยคอมพิวเตอร์ | A CT scan provides detailed cross-sectional images. (การตรวจซีทีให้ภาพหน้าตัดที่ละเอียด) |
| MRI | /ˌem ɑːr ˈaɪ/ | การตรวจด้วยสนามแม่เหล็ก | MRI is excellent for imaging soft tissues. (เอ็มอาร์ไอเหมาะสำหรับถ่ายภาพเนื้อเยื่ออ่อน) |
| Ultrasound | /ˈʌltrəsaʊnd/ | อัลตราซาวนด์ | Prenatal ultrasound monitors fetal development. (อัลตราซาวนด์ก่อนคลอดติดตามพัฒนาการของทารก) |
| Endoscopy | /enˈdɒskəpi/ | การส่องกล้อง | Upper endoscopy examines the esophagus and stomach. (การส่องกล้องส่วนบนตรวจหลอดอาหารและกระเพาะ) |
| Colonoscopy | /ˌkɒləˈnɒskəpi/ | การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ | Colonoscopy screening detects colon cancer early. (การตรวจคัดกรองด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ตรวจพบมะเร็งลำไส้ได้แต่เนิ่นๆ) |
| Biopsy | /ˈbaɪɒpsi/ | การเจาะตรวจชิ้นเนื้อ | The biopsy confirmed the diagnosis. (การเจาะตรวจชิ้นเนื้อยืนยันการวินิจฉัย) |
| Electrocardiogram | /ɪˌlektrəʊˈkɑːdiəɡræm/ | คลื่นไฟฟ้าหัวใจ | An electrocardiogram records heart electrical activity. (คลื่นไฟฟ้าหัวใจบันทึกกิจกรรมไฟฟ้าของหัวใจ) |
13. ตารางที่ 13: การผ่าตัดและหัตถการ (Surgical Procedures)
| ศัพท์แพทย์ | IPA | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
| Surgery | /ˈsɜːdʒəri/ | การผ่าตัด | The surgery was successful and complication-free. (การผ่าตัดสำเร็จและไม่มีภาวะแทรกซ้อน) |
| Incision | /ɪnˈsɪʒn/ | การกรีด | The surgeon made a small incision in the abdomen. (ศัลยแพทย์กรีดเล็กๆ ที่หน้าท้อง) |
| Suture | /ˈsuːtʃər/ | การเย็บแผล | The wound required ten sutures to close. (แผลต้องเย็บสิบเข็ม) |
| Drainage | /ˈdreɪnɪdʒ/ | การระบายหนอง | Proper drainage prevents infection. (การระบายที่เหมาะสมป้องกันการติดเชื้อ) |
| Amputation | /ˌæmpjuˈteɪʃn/ | การตัดแขนขา | Amputation was necessary due to severe infection. (การตัดขาจำเป็นเนื่องจากติดเชื้อรุนแรง) |
| Transplant | /trænsˈplɑːnt/ | การปลูกถ่ายอวัยวะ | He received a kidney transplant last year. (เขาได้รับการปลูกถ่ายไตเมื่อปีที่แล้ว) |
| Cesarean section | /sɪˌzeəriən ˈsekʃn/ | การผ่าคลอด | Emergency cesarean section saved both lives. (การผ่าคลอดฉุกเฉินช่วยชีวิตทั้งคู่) |
| Appendectomy | /ˌæpenˈdektəmi/ | การผ่าตัดไส้ติ่ง | Laparoscopic appendectomy has faster recovery. (การผ่าตัดไส้ติ่งแบบส่องกล้องหายเร็วกว่า) |
| Angioplasty | /ˈændʒiəʊplæsti/ | การขยายหลอดเลือด | Angioplasty reopens blocked coronary arteries. (การขยายหลอดเลือดเปิดหลอดเลือดหัวใจที่อุดตัน) |
14. ตารางที่ 14: ประเภทของยา (Types of Medications)
| ศัพท์แพทย์ | IPA | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
| Analgesic | /ˌænəlˈdʒiːzɪk/ | ยาแก้ปวด | Take an analgesic if you experience pain. (รับประทานยาแก้ปวดถ้ามีอาการเจ็บปวด) |
| Antibiotic | /ˌæntɪbaɪˈɒtɪk/ | ยาปฏิชีวนะ | Complete the full course of antibiotics. (รับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบคอร์ส) |
| Antiviral | /ˌæntiˈvaɪrəl/ | ยาต้านไวรัส | Antiviral drugs reduce viral replication. (ยาต้านไวรัสลดการแบ่งตัวของไวรัส) |
| Antipyretic | /ˌæntɪpaɪˈretɪk/ | ยาลดไข้ | Antipyretics help lower body temperature. (ยาลดไข้ช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย) |
| Anti-inflammatory | /ˌænti ɪnˈflæmətri/ | ยาต้านการอักเสบ | Anti-inflammatory drugs reduce swelling. (ยาต้านการอักเสบลดอาการบวม) |
| Antihistamine | /ˌæntiˈhɪstəmiːn/ | ยาแก้แพ้ | Antihistamines relieve allergic symptoms. (ยาแก้แพ้บรรเทาอาการแพ้) |
| Antihypertensive | /ˌæntiˌhaɪpəˈtensɪv/ | ยาลดความดัน | Antihypertensives control high blood pressure. (ยาลดความดันควบคุมความดันโลหิตสูง) |
| Antidiabetic | /ˌæntidaɪəˈbetɪk/ | ยาลดน้ำตาลในเลือด | Antidiabetic medications regulate blood sugar. (ยาลดน้ำตาลควบคุมระดับน้ำตาล) |
| Anticoagulant | /ˌæntikoʊˈæɡjələnt/ | ยาต้านการแข็งตัวของเลือด | Anticoagulants prevent blood clot formation. (ยาต้านการแข็งตัวป้องกันลิ่มเลือด) |
| Antacid | /ˈæntæsɪd/ | ยาลดกรด | Antacids neutralize stomach acid. (ยาลดกรดทำให้กรดในกระเพาะเป็นกลาง) |
| Laxative | /ˈlæksətɪv/ | ยาระบาย | Laxatives treat constipation. (ยาระบายรักษาอาการท้องผูก) |
| Sedative | /ˈsedətɪv/ | ยานอนหลับ | The doctor prescribed a mild sedative. (หมอสั่งยานอนหลับอ่อนๆ) |
| Vaccine | /ˈvæksiːn/ | วัคซีน | Vaccines stimulate immune system response. (วัคซีนกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน) |
15. ตารางที่ 15: คำย่อการวินิจฉัยและตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Diagnostic Abbreviations)
| คำย่อ | Full Term | IPA | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
| BP | Blood Pressure | /blʌd ˈpreʃər/ | ความดันโลหิต | The patient’s BP is 140/90 mmHg. (ความดันของผู้ป่วยอยู่ที่ 140/90) |
| HR | Heart Rate | /hɑːt reɪt/ | อัตราการเต้นของหัวใจ | Normal HR ranges from 60-100 beats per minute. (อัตราการเต้นหัวใจปกติ 60-100 ครั้งต่อนาที) |
| RR | Respiratory Rate | /rəˈspɪrətri reɪt/ | อัตราการหายใจ | His RR increased during the asthma attack. (อัตราการหายใจของเขาเพิ่มขึ้นระหว่างอาการหอบหืด) |
| Temp | Temperature | /ˈtemprətʃər/ | อุณหภูมิร่างกาย | Monitor the patient’s temp every 4 hours. (ตรวจวัดอุณหภูมิผู้ป่วยทุก 4 ชั่วโมง) |
| WBC | White Blood Cell | /waɪt blʌd sel/ | เม็ดเลือดขาว | Elevated WBC indicates infection. (เม็ดเลือดขาวสูงบ่งชี้การติดเชื้อ) |
| RBC | Red Blood Cell | /red blʌd sel/ | เม็ดเลือดแดง | Low RBC count suggests anemia. (จำนวนเม็ดเลือดแดงต่ำบ่งบอกโลหิตจาง) |
| Hb | Hemoglobin | /ˈhiːməɡləʊbɪn/ | ฮีโมโกลบิน | Normal Hb levels are 12-16 g/dL for women. (ระดับฮีโมโกลบินปกติผู้หญิง 12-16 กรัมต่อเดซิลิตร) |
| FBS | Fasting Blood Sugar | /ˈfɑːstɪŋ blʌd ˈʃʊɡər/ | น้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร | FBS above 126 mg/dL indicates diabetes. (น้ำตาลขณะอดอาหารเกิน 126 บ่งบอกเบาหวาน) |
| LDL | Low-Density Lipoprotein | /ləʊ ˈdensəti ˌlɪpəʊˈprəʊtiːn/ | คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี | High LDL increases cardiovascular risk. (แอลดีแอลสูงเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด) |
| HDL | High-Density Lipoprotein | /haɪ ˈdensəti ˌlɪpəʊˈprəʊtiːn/ | คอเลสเตอรอลชนิดดี | HDL protects against heart disease. (เอชดีแอลป้องกันโรคหัวใจ) |
| BUN | Blood Urea Nitrogen | /blʌd jʊəˈriːə ˈnaɪtrədʒən/ | ยูเรียไนโตรเจนในเลือด | Elevated BUN may indicate kidney problems. (บียูเอ็นสูงอาจบ่งบอกปัญหาไต) |
| Cr | Creatinine | /kriˈætɪniːn/ | ครีเอตินิน | Serum Cr levels assess kidney function. (ระดับครีเอตินินประเมินการทำงานของไต) |
16. ตารางที่ 16: คำย่อการสั่งการรักษา (Treatment Abbreviations)
| คำย่อ | Full Term | IPA | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
| Rx | Prescription/Treatment | /prɪˈskrɪpʃn/ | ใบสั่งยา/การรักษา | Follow the Rx instructions carefully. (ปฏิบัติตามคำสั่งในใบสั่งยาอย่างระมัดระวัง) |
| Dx | Diagnosis | /ˌdaɪəɡˈnəʊsɪs/ | การวินิจฉัยโรค | The final Dx was acute appendicitis. (การวินิจฉัยสุดท้ายคือไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน) |
| Tx | Treatment | /ˈtriːtmənt/ | การรักษา | The Tx plan includes medication and rest. (แผนการรักษารวมถึงยาและการพักผ่อน) |
| Sx | Symptoms | /ˈsɪmptəmz/ | อาการของโรค | Patient presents with respiratory Sx. (ผู้ป่วยมีอาการทางเดินหายใจ) |
| Hx | History | /ˈhɪstri/ | ประวัติ | Review the patient’s medical Hx. (ตรวจสอบประวัติทางการแพทย์ของผู้ป่วย) |
| NPO | Nothing Per Oral | /ˈnʌθɪŋ pɜːr ˈɔːrəl/ | งดน้ำงดอาหารทางปาก | Patient should be NPO before surgery. (ผู้ป่วยต้องงดอาหารและน้ำก่อนผ่าตัด) |
| PRN | As Needed | /əz ˈniːdɪd/ | ใช้ตามความจำเป็น | Take pain medication PRN. (รับประทานยาแก้ปวดเมื่อจำเป็น) |
| QID | Four Times a Day | /fɔːr taɪmz ə deɪ/ | วันละ 4 ครั้ง | Administer antibiotics QID. (ให้ยาปฏิชีวนะวันละ 4 ครั้ง) |
| TID | Three Times a Day | /θriː taɪmz ə deɪ/ | วันละ 3 ครั้ง | Take this medication TID with meals. (รับประทานยานี้วันละ 3 ครั้งพร้อมอาหาร) |
| BID | Twice a Day | /twaɪs ə deɪ/ | วันละ 2 ครั้ง | Apply ointment BID to affected area. (ทายาวันละ 2 ครั้งบริเวณที่เป็น) |
| QD | Once a Day | /wʌns ə deɪ/ | วันละ 1 ครั้ง | Take vitamin supplement QD. (รับประทานวิตามินเสริมวันละ 1 ครั้ง) |
| HS | At Bedtime | /ət ˈbedtaɪm/ | ก่อนนอน | Take sleeping pill HS. (รับประทานยานอนหลับก่อนนอน) |
| AC | Before Meals | /bɪˈfɔːr miːlz/ | ก่อนอาหาร | Take medication AC for better absorption. (รับประทานยาก่อนอาหารเพื่อการดูดซึมที่ดีขึ้น) |
| PC | After Meals | /ˈɑːftər miːlz/ | หลังอาหาร | Take antacid PC to reduce side effects. (รับประทานยาลดกรดหลังอาหารเพื่อลดผลข้างเคียง) |
| PO | Per Oral | /pɜːr ˈɔːrəl/ | ทางปาก | Administer medication PO with water. (ให้ยาทางปากพร้อมน้ำ) |
| IV | Intravenous | /ˌɪntrəˈviːnəs/ | ทางเส้นเลือดดำ | Start IV antibiotics immediately. (เริ่มยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือดทันที) |
| IM | Intramuscular | /ˌɪntrəˈmʌskjələr/ | ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ | Give vaccine IM in the deltoid muscle. (ให้วัคซีนฉีดเข้ากล้ามเนื้อที่กล้ามเนื้อสามเหลี่ยม) |
| SC | Subcutaneous | /ˌsʌbkjuˈteɪniəs/ | ฉีดใต้ผิวหนัง | Inject insulin SC into abdominal area. (ฉีดอินซูลินใต้ผิวหนังบริเวณหน้าท้อง) |
III. วลีสำคัญในสถานพยาบาล
นอกจากคำศัพท์เดี่ยวแล้ว การรู้จักประโยคที่ใช้ในการสื่อสารจริงในโรงพยาบาลก็มีความสำคัญเท่าเทียมกัน ประโยคเหล่านี้จะช่วยให้การสื่อสารเป็นไปอย่างราบรื่นและลดความเข้าใจผิด
1. สำหรับบุคลากรทางการแพทย์
เมื่อสื่อสารกับผู้ป่วย บุคลากรควรใช้ประโยคที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย ประโยคเหล่านี้ช่วยให้การตรวจรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น
- “Please lie down on the examination table” (กรุณานอนลงบนเตียงตรวจ)
- “Are you allergic to any medications?” (คุณแพ้ยาอะไรไหม)
- “I need to take your blood pressure” (ฉันต้องวัดความดันโลหิตของคุณ)
- “Does it hurt when I press here?” (เจ็บไหมตรงที่ฉันกด)
- “Please take this medication three times a day after meals” (กรุณารับประทานยานี้วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร)
- “You need to fast for 8 hours before the blood test” (คุณต้องอดอาหาร 8 ชั่วโมงก่อนเจาะเลือด)
2. สำหรับผู้ป่วย
ผู้ป่วยควรสามารถบอกอาการและถามคำถามได้อย่างชัดเจน ประโยคที่มีประโยชน์สำหรับผู้ป่วย เช่น
- “I feel dizzy and nauseous” (ฉันรู้สึกเวียนหัวและคลื่นไส้)
- “I have a sharp pain in my chest” (ฉันมีอาการเจ็บแปลบที่หน้าอก)
- “When can I get the test results?” (ฉันจะได้รับผลการตรวจเมื่อไหร่)
- “What are the side effects of this medication?” (ยานี้มีผลข้างเคียงอย่างไร)
- “Do I need to come back for a follow-up?” (ฉันต้องกลับมาตรวจติดตามไหม)
- “Can I take this medicine with food?” (ฉันสามารถกินยานี้พร้อมอาหารได้ไหม)
เมื่อเราได้สร้างรากฐานความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ โครงสร้าง และการใช้งานจริงแล้ว มาดูคำถามที่เจาะลึกและประเด็นด้านจรรยาบรรณที่มืออาชีพต้องคำนึงถึง เพื่อยกระดับความเข้าใจไปอีกขั้นและทำให้การใช้ศัพท์แพทย์มีความหมายมากกว่าแค่การสื่อสาร
IV. FAQ และข้อควรรู้เพิ่มเติม
1. ‘Terminology’ vs. ‘Vocabulary’: ต่างกันอย่างไร?
Terminology คือระบบของคำศัพท์เฉพาะทางที่มีการกำหนดความหมายอย่างเป็นทางการและมีโครงสร้างที่ชัดเจน ใช้ในสาขาวิชาชีพเฉพาะและมีมาตรฐานสากล ส่วน Vocabulary เป็นเพียงชุดของคำศัพท์ทั่วไปที่ใช้ในการสื่อสารประจำวัน อาจมีความหมายที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงได้ตามบริบท ดังนั้น Medical Terminology จึงเป็นระบบคำศัพท์ที่มีกฎเกณฑ์และโครงสร้างที่ชัดเจน ในขณะที่ Medical Vocabulary อาจหมายถึงแค่รายการคำที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์
2. ศัพท์ที่สำคัญที่สุดสำหรับนักศึกษาแพทย์คืออะไร?
นักศึกษาแพทย์ควรให้ความสำคัญกับศัพท์ในกลุ่ม Anatomy และ Physiology เป็นลำดับแรก เพราะเป็นรากฐานของทุกวิชาทางการแพทย์ การรู้จักชื่ออวัยวะ ตำแหน่ง ระบบต่างๆ ของร่างกาย และการทำงานของแต่ละระบบจะช่วยให้เข้าใจวิชาอื่นๆ เช่น Pathology, Pharmacology และ Clinical Medicine ได้ดีขึ้น นอกจากนี้ควรเรียนรู้รากศัพท์ คำเติมหน้า และคำลงท้ายที่พบบ่อย เพราะจะช่วยให้สามารถเดาความหมายของคำใหม่ๆ ได้ด้วยตัวเอง
3. ใช้ศัพท์แพทย์ผิด ส่งผลกระทบจริงหรือไม่?
ใช่ การใช้ศัพท์แพทย์ผิดพลาดอาจส่งผลกระทบร้ายแรงถึงชีวิต ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการสับสนระหว่าง “Hypo-” (ต่ำ) กับ “Hyper-” (สูง) หากแพทย์เข้าใจผิดว่าผู้ป่วยมี Hypoglycemia (น้ำตาลในเลือดต่ำ) แต่จริงๆ แล้วเป็น Hyperglycemia (น้ำตาลในเลือดสูง) การให้ยาที่ผิดพลาดอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ ในเวชระเบียน การเขียนคำย่อผิดเพียงตัวเดียว เช่น สับสนระหว่าง “cc” (cubic centimeter) กับ “u” (unit) อาจทำให้ให้ยาเกินขนาดถึง 10 เท่า ดังนั้นความแม่นยำในการใช้ศัพท์แพทย์จึงเป็นเรื่องของความปลอดภัยของผู้ป่วยโดยตรง
4. British English vs. American English: ใช้แบบไหนดี?
ในศัพท์แพทย์มีความแตกต่างบางประการระหว่าง British English และ American English เช่น Paediatrics (UK) vs. Pediatrics (US), Haematology (UK) vs. Hematology (US), Oesophagus (UK) vs. Esophagus (US) ในบริบทสากลและการตีพิมพ์งานวิจัยในวารสารระดับโลก มักนิยมใช้ American English เป็นหลัก เนื่องจากวารสารทางการแพทย์ชั้นนำส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม หากคุณทำงานในประเทศที่ใช้ British English เช่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย หรือสิงคโปร์ ควรปรับตามมาตรฐานของประเทศนั้นๆ สิ่งสำคัญคือต้องใช้แบบใดแบบหนึ่งอย่างสม่ำเสมอในเอกสารเดียวกัน
การเรียนรู้ศัพท์แพทย์เป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ไม่มีวันจบสิ้น แม้แพทย์ที่ปฏิบัติงานมานานหลายปียังคงพบคำศัพท์ใหม่ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีการค้นพบโรคใหม่ เทคโนโลยีการรักษาใหม่ หรือยาใหม่ ดังนั้นการสร้างนิสัยในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและอ่านวารสารทางการแพทย์อย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็น การเข้าใจศัพท์แพทย์ไม่ใช่แค่ทักษะทางวิชาการ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณดูแลสุขภาพของตัวเองและผู้อื่นได้ดีขึ้น เป็นสะพานเชื่อมระหว่างความรู้ทางการแพทย์กับการดูแลผู้ป่วยอย่างมีคุณภาพ และเป็นรากฐานสำคัญของความเป็นมืออาชีพในทุกสาขาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ
